
ศิลปะข้างกระป๋องและขวดสุรา พื้นที่สร้างสรรค์ที่ผู้ประกอบการใช้สื่อสารใต้ข้อจำกัดสุราไทย
‘ฉลาก’ เป็นสิ่งที่สำคัญอย่างมากเมื่อพูดถึงสุราชุมชนและคราฟต์เบียร์ไทย เมื่อพวกมันเรียงตัวกันบนชั้นวางหรือตู้เย็น โดยยังไม่ได้กินเราสามารถสัมผัสได้ถึงความรู้สึกที่แบรนด์ต้องการนำเสนอหรืออัตลักษณ์ที่มาของแบรนด์ผ่านสิ่งที่อยู่รอบๆ ขวด ‘เมรัยไทยแลนด์ 2025’ เล็งเห็นความสำคัญดังกล่าวรวมถึงความหลากลหายของศิลปะในการออกแบบขวด จึงมีการจัดเวที ‘เมรัย COMPETITION 2025 LOGO & LABEL DESIGN’ ที่เปิดโอกาสให้นักออกแบบมาพลิกโฉมดีไซน์สุราไทย
นอกจากนั้น ภายในงานเมรัยไทยแลนด์ 2025 วันที่ 27 พฤศจิกายน 2568 ณ ศูนย์การค้า Emsphere ได้มีการจัดเสวนาหัวข้อ ‘ศิลปะ คราฟต์เบียร์ และเมรัย ยกระดับรสชาติและความงามให้เป็นหนึ่งเดียว’ เพื่อพูดคุยถึงความสำคัญของการออกแบบและศิลปะเมื่อพูดถึงสุราและคราฟต์เบียร์ไทย
ผู้เข้าร่วมเสวนาได้แก่ เสือ – ธรรมวิทย์ ลิ้มเลิศเจริญวนิช จาก ONSON Handcrafted Spirit แบรนด์สุราพื้นบ้านที่ผสมผสานความเป็นไทยจากสกลนคร ศิลปิน นักวาดประกอบ กราฟิกดีไซน์ และแบรนด์ดิ้ง เบนซ์ – มยาวี ทองสงฆ์ หรือ BENXBLUES และ บิว – ธราทิป ธงชัยภูมิ อาร์ตไดเร็กเตอร์ของ Vana Brewing
ทำไมต้องทำฉลากสุราไทยให้สวย
สำหรับเสือ เขามองไปยังภาพจำแง่ลบที่สุราท้องถิ่นมี แม้รสชาติจะเป็นจุดขายได้ในตัวของมันเอง แต่ภาพการเห็นเหล้าในขวดสีชาไร้ฉลากเป็นภาพที่ดู ‘น่ากลัว’ เพราะมันดูเหมือนสิ่งที่ใครๆ เรียกว่า ‘เหล้าเถื่อน’ ที่อาจเป็นอันตรายได้ เสือเล่าว่าประสบการณ์ที่ทำให้เขาคิดเช่นนี้มาจากช่วงแรกที่ริเริ่มทำแบรนด์แต่แม้แต่เพื่อนฝูงก็ไม่กล้าลองเหล้าของเขาเพราะการออกแบบดูไม่น่าเชื่อถือ นอกจากนั้นเขาก็ยังให้ความเห็นว่าการสื่อสารของผู้ประกอบการที่ทำเหล้ารายเล็กๆ นั้นทำได้ยากและมีปัญหาในแง่มุมกฎหมาย ศิลปะจึงเป็นสิ่งสำคัญในด้านของเบนซ์ เธอเปรียบเทียบฉลากเหมือน ‘ปกหนังสือ’ “สำหรับคนที่รู้อยู่แล้วว่าอันนี้รสชาติยังไงก็เรื่องหนึ่ง แต่ก็มีคนอีกพวกที่เขาไม่รู้ ไม่เคยลอง ไม่เคยทาน แต่เขาเลือกซื้อเหมือนซื้อหนังสือจากปกค่ะ สิ่งนี้มันช่วยในการตัดสินใจได้ มู้ดแอนด์โทนมันสามารถทำให้เรารับรู้ว่ามันน่าจะรสประมาณนี้ ฉันเลือกเพราะฉันชอบสี หรือเพียงแค่ซื้อเพราะชอบแพ็กเกจโดยไม่สนใจด้วยซ้ำว่ารสชาติจะเป็นยังไง”
และบิวบอกว่าการทำฉลากคือส่วนหนึ่งของการทำให้แบรนด์โดดเด่นออกจากแบรนด์อื่นๆ ที่อยู่ในชั้นวางขายเดียวกัน ซึ่งจะทำให้เด่นด้วยและจำได้ด้วยบิวบอกว่าเจ้าของแบรนด์จำเป็นต้องมีหลักของตัวเองให้ชัดเจนและมีความสม่ำเสมอในการออกแบบ ไม่เปลี่ยนดีไซน์ไปมาจนออกนอกลู่ทางเดิมมากจนเกินไป แล้วให้แง่คิดถึงความสำคัญของการหาสมดุลระหว่างแบรนด์ดิ้งและคุณภาพว่า “ตัวดีไซน์ขายเบียร์กระป๋องแรก ที่เหลือตัวน้ำเป็นตัวขายหมดเลย”

ความเป็นไทยในฉลาก
หากมองไปยังฉลากต่างๆ ของคราฟต์เบียร์และสุราไทยเรามักพบการนำเสนออัตลักษณ์ความเป็นไทย ชื่อไทยๆ หรือการใช้สไตล์ไทยโมเดิร์น ซึ่งเมื่อถามถึงเหตุผลผู้พูดก็ออกความเห็นด้วยมุมมองที่ต่างกันในด้านของบิวเขามองว่ามันเป็นภาษาดีไซน์ที่เกิดขึ้นมาจากกลุ่มเป้าหมายที่แตกต่างในห้วงเวลาที่คราฟต์เบียร์ไทยเริ่มเป็นที่รู้จัก “ย้อนเวลากลับไป เรารู้อยู่แล้วว่าคนที่ดื่มคราฟต์เบียร์ไทย ณ เวลานั้น (2017) เป็นชาวต่างชาติ 80%…ชาวต่างชาติเขาอยากดื่มอะไร เขาอยากดื่มสินค้าที่เป็นโลคอล เพราะงั้นเราจะนำเสนอความเป็นโลคอลของเราได้ยังไง และทำยังไงให้มันไม่เลี่ยนเกินไป เราก็เลยใส่อัตลักษณ์ความเป็นไทยเข้าไปนิดๆ หน่อยๆ คู่กับลายเส้นที่โมเดิร์นขึ้น”
ส่วนเสือเล่าถึงการออกแบบของ ONSON ว่าพวกเขาเป็นแบรนด์ที่อยู่ในภาคอีสาน ไม่ว่าจะจังหวัดใดก็จะมีการใช้พญานาค พวกเขาจึงเลือกเอาอัตลักษณ์นั้นมานำเสนอในฉลากของเขา แต่เป็นพญานาคที่โมเดิร์นมากขึ้น และเขาเน้นย้ำว่าในปัจจุบันการออกแบบให้โดดเด่นคือสนามสำคัญในการแข่งขันการทำสุราไทย
“ทุกวันนี้คนทำเหล้าคุณภาพสูงขึ้นเยอะมากๆ ผมมั่นใจว่าคนทำเหล้าเก่ง เหลือแค่เรื่องของครีเอทีฟแล้ว เรื่องของแบรนด์ดิ้งเนี่ย ว่าตัวเองจะนำเสนอตัวเองแบบไหน เล่าเรื่องตัวเองแบบไหน เล่าคุณค่าตัวเองแบบไหน” เสือพูด ซึ่งตัวเขาเองเล่าเรื่องผ่านการทำงานกับท้องถิ่นเสมอ นอกจาก ONSON จะใช้พญานาคที่เป็นตำนานท้องถิ่นเป็นดีไซน์สำคัญแล้วยังเล่าว่าตัวเองใช้ช่างฝีมือท้องถิ่นในการออกแบบบรรจุภัณฑ์ของตัวเองอยู่บ่อยๆ ด้วย

ศิลปะใช้สื่อสารในสิ่งที่พูดไม่ได้ ศิลปะข้างกระป๋องและขวดสุรา
ตลอดเสวนามีการพูดถึงความสำคัญของ ‘การสื่อสาร’ ในการทำคราฟต์เบียร์และสุราไทย และ ‘ข้อจำกัด’ ที่ทำให้การสื่อสารนั้นยากสำหรับผู้ประกอบการรายย่อย ปัญหาใหญ่คือการที่คนที่อาจจะเป็นลูกค้าสุราไทยอาจจะยังไม่รับรู้ว่าสิ่งนี้คืออะไร แตกต่างจากสินค้าอื่นๆ ยังไง ปลอดภัยหรือเปล่า รสชาติเป็นยังไง หรือความไม่เข้าใจในอีกหลากหลายประเด็นเบนซ์พูดในฐานะนักออกแบบว่าแม้จะมีข้อจำกัดมากมาย ศิลปะของฉลากสามารถสื่อสารออกไปหาผู้ซื้อได้ว่าสิ่งที่อยู่ในชั้นนี้คืออะไร มาจากแบรนด์อะไร รสชาติน่าจะเป็นยังไง โดยแทบไม่ต้องอาศัยถ้อยคำ ซึ่งตรงกับคำอธิบายเจ้าของแบรนด์สุราไทย
“ทุกคนที่เป็นเจ้าของแบรนด์พวกนี้เขาจะเป็นคนมันๆ กันทั้งนั้นเลย มีความเป็นตัวเองสูง และเป็นคนดื้อ แต่ความย้อนแย้งคือสิ่งที่ทุกคนกำลังดื้ออยู่กติกามากกว่าชาวบ้านชาวช่องเขาเลย” เธอเล่า และบอกว่ามันเป็นความท้าทายที่สนุกเสือพูดทิ้งท้ายว่าศิลปะคือ “พาร์ตย่อยๆ ของเรื่องแอลกอฮอล์ที่เราคุยกันได้” แล้วอธิบายเพิ่มเติมว่า “อย่างอื่นมันคุยไม่ได้ เข้าข่ายการโฆษณา การเชิญชวนให้ดื่ม พอมาพูดเรื่องศิลปะข้างขวดข้างกระป๋องมันก็เริ่มกลายเป็นเรื่องที่เราคุยกันได้ เริ่มสื่อสารได้มากขึ้น มีเวทีได้โปรโมตตัวเอง” aussie-gamer











Leave a Reply